ยินดีต้อนรับ

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

เกี่ยวกับฉัน

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่9

วันที่ 2 มกราคม 2557

                 ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจาก เป็นวันหยุดขึ้นปีใหม่


บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่8

วันที่ 26 ธันวาคม 2556

               ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจาก เป็นวันกีฬาสีของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่7

วันที่ 19 ธันวาคม 2556
 

 ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจาก เป็นสัปดาห์สอบกลางภาค

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่6

วันที่ 12 ธันวาคม 2556

พัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กในวัยปกติ
อาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ทุกด้าน
อาจส่งผลให้พัฒนาการด้านอื่นล่าช้าตามไปด้วย
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก
-ด้านชีวภาพ
-กล่อนคลอด
-กระบวนการคลอด
-หลังคลอด
สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
1.โรคทางพันธุกรรม
             มีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิด หรือสังเกตได้จากหลังการคลอดได้ไม่นาน มักมีลักษณะผิดปกติแต่กำเนิดร่วมด้วย
2.โรคประสาท
            -เด็กที่มีพัฒนากาส่วนใหญ่มักมีอาการหรือการแสดงทางระบบประสาทร่วมด้วย
            -พบบ่อยคืออาการชัก
3.การติดเชื้อ
            -การติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ศีรษะเล็กผิดปกติ อาจมีตับม้ามโต ต้อกระจก
            -ติดเชื้อรุนแรงภายหลังเกิด เช่น สมองอักเสบ
4.ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม
            โรคนี้ยังเป็นปัญหาต่อระบบสาธารณะสุขของไทย
5.ภาวะแรกซ้อนระยะแรกเกิด
             การเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ภาวะขาดออกซิเจน
6.สารเคมี สารตะกั่ว
แอกอฮอร์
            -น้ำหนักน้อย
            -มีอัตตราเพิ่มน้ำหนักน้อย
            -พัฒนาการด้านสติปัญญาบกพร่อง
            -เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
นิโคติน
              -ขาดสารอาหารในระยะตั้งครรภ์
              -เพิ่มอัตตราการตายในวัยทารก
               -สติปัญญาบกพร่อง
              -สมาธิสั้น ก้าวร้าว มีปัญหาการเข้าสังคม
7.การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม
                   -พัฒนาการล่าช้ามากกว่า1ด้าน
                   -ปฏิกิริยาสะท้อน
แนวทางการวินิจฉัยเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1.การซักประวัติ
การเจ็บป่วย โรคประจำตัว ประวัติการฝากครรภ์ เมื่อซักประวัติเสร็จแล้วจะบอกได้ว่า
-พัฒนาการล่าช้า คงที่ หรือถดถอย
-มีพัฒนาการล่าช้าหรือไม่
-มีข้อบ่งชี้ มีสาเหตุ
-สาเหตุความบกพร่องคืออะไร
2.ตรวจร่างกาย
3.การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
-เป็นหน้าที่ของหมอ
4.ประเมินพัฒนาการ
-ประเมินแบบไม่เป็นทางการ เช่น การซักถาม
-การประเมินที่ใช้ในเวชปฏิบัติ
เช่น แบบทดสอบ Gesell Drawing Test แบบประเมินตามคู่มือ

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่12

วันที่ 23 มกราคม 2556
เพื่อนนำเสนองานกลุ่มต่อจากคราวที่แล้ว

การรักษาเด็กออทิสติก
การรักษาสายพันธุกรรมให้แข็งแรงขึ้น การปรับคืนความสมดุลทางอารมณ์ ขจัดยา หรือ สารเคมีที่ปนเปื้อนในสมอง ร่วมสร้างทัศนคติของพ่อแม่เพื่อนำไปสู่การสร้างสายใยรักและความเข้าใจ  หลังจากได้รับการรักษาตาม 4 แนวทางข้างต้นแล้วเด็กจะได้รับการเสริมทักษะ และ เพิ่มประสบการณ์เรียนรู้เพื่อชดเชยการรับรู้ และการสื่อสารในช่วงที่สมองของเขาหยุดพัฒนา ความรักและความเข้าใจจากพ่อแม่ไปสู่ลูกคือกุญแจสำคัญ

....................................................................................
หลังจากนั้นอาจารย์ให้นักศึกษาสอบกลางภาค

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่5

วันที่ 5 ธันวาคม 2556
ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจาก เป็นวันพ่อแห่งชาติ

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่4

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556
ในสัปดาห์นี้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเด็กพิเศษที่ยังค้างอยู่อีก5ประเภท
เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
-เด็กที่ควบคุมอารมณ์ให้อยู่ปกตินานๆไม่ได้
-ควบคุมพฤติกรรมอารมณ์ไม่ได้
-ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
               แบ่งออกได้  2  ประเภท
-ได้รับผลกระทบกระเทือนทางอารมณ์
-เด็กที่ปรับเข้ากับสังคมไม่ได้
              พฤติกรรมที่เห็นชัดเจน
-วิตกกังวล
-หนีสังคม
-ก้าวร้าว
              การจะจัดว่าเด็กมีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์นั้นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบดังนี้
-สภาพแวดล้อม
-ความคิดเห็นของแต่ละบุคคล
ผลกระทบ
-ไม่สามารถเรียนกับเด็กปกติได้
-รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือครู
-มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
-มีความคับข้องใจ
-แสดงอาการทางร่างกายเช่น ปวดหัว
-หวาดกลัว

เด็กสมาธิสั้น
-เรียกสั้นว่าADHD 
-ซนอยู่ไม่นิ่ง
-เด็กบางคนมีปัญหาเรื่องสมาธิบกพร่อง หุนหันพลันแล่นขาดการยับยั้งชั่งใจ แพทย์เรียกว่า ADD
ลักษณะของเด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรม
-ปัสสวะราด
-ติดขวดนม หรือของใช้วัยทารก
-ดูดนิ้ว
-หงอยเหงาเศร้าซึม
-เรียกร้องความสนใจ
-อารมณ์หวั่นไหว
-อิจฉาริสยา
-ฝันกลางวัน
-พูดเพ้อเจ้อ
เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ (LD)                                                                                                              ลักษณะ
-มีปัญหาทางคณิต
-ปฏิบัติตามคำสั่งไม่ได้
-เล่าเรื่องไม่ได้
-มีปัญหาด้านการอ่าน
-ซุ่มซ่าม
-รับลูกบอลไม่ได้
-ติดกระดุมไม่ได้
-เอาแต่ใจ

เด็กออทิสติก
ลักษณะ
-อยู่ในโลกของตัวเอง
-ไม่เข้าไปหาใครเพื่อให้ปลอบใจ
-ไม่เข้าไปเล่นในกลุ่มเพื่อน
-ไม่ยอมพูด
-เคลื่อนไหวแบบซ้ำๆ
-ยึดติดวัตถุ
-ต่อต้านอารมณ์รุนแรง ไร้เหตุผล
-มีท่าทีเหมือนคนหูหนวก
-ใช้วิธีการสัมผัส และเรียนรู้สิ่งต่างๆที่ไม่เหมือนผู้อื่น
เด็กพิการซ้อน
ลักษณะ
-เด็กที่มีความบกพร่องมากกว่า1อย่าง
-เด็กที่ปัญญาอ่อนสูญเสียการได้ยิน 
-ทั้งหูหนวตาบอด 
-ปัญญาอ่อนที่ตาบอด
...............................................................................................................
หลังจากที่เรียนเสร็จแล้ว อาจารย์ให้ดู วีดีโอ เกี่ยวกับ ห้องเรียนแรกของเด็กพิเศษแล้วให้เขียนเป็นแผนผังความคิด(10คะแนน)