ยินดีต้อนรับ

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

เกี่ยวกับฉัน

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่10

วันที่ 9 มกราคม 2557

วันนี้นำเสนองานกลุ่มซึ่งนำเสนอเรื่องต่างๆดังต่อไปนี้
โรค LD
      หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า LD กันมาบ้างแล้ว LD หรือ Learning Disabilities เป็นกลุ่มที่มีความบกพร่องในทักษะการเรียนรู้เฉพาะด้าน ที่แสดงออกมาในรูปของปัญหาการอ่านหนังสือ การเขียนหนังสือ การสะกดคำหรือการคำนวณ ทำให้เด็กมีผลการเรียนต่ำกว่าระดับเชาว์ปัญญา ซึ่งไม่ได้เกิดจากอวัยวะพิการ ภาวะปัญญาอ่อน ปัญหาทางอารมณ์หรือการขาดโอกาสในการเรียนรู้ แต่เป็นผลโดยตรงที่มาจากสมองทำงานบกพร่องไป         การช่วยเหลือทางการแพทย์  เนื่องจากโรค LD สามารถเกิดรวมกับโรคอื่นๆได้บ่อย เช่น โรคสมาธิสั้น ดังนั้นแพทย์จึงมีบทบาทในการประเมิน วินิจฉัยภาวะต่างๆที่เด็กมี ร่วมถึงให้การรักษาภาวะเหล่านั้น เช่น โรคสมาธิสั้น หากได้รับยาช่วยสมาธิ อาการของโรคก็จะดีขึ้นมาก การช่วยเหลือทางการศึกษา  โรงเรียนควรจัดทำแผนการเรียนรายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับความบกพร่องของเด็กแต่ละด้าน โดยทำความเข้าใจกับครูถึงปัญหาและความบกพร่องของเด็ก เน้นการสอนเสริมในทักษะที่บกพร่อง เช่น การสะกดคำ อ่าน เขียนสอนเป็นกลุ่มย่อยหรือตัวต่อครั้งละ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 4-5 วัน การช่วยอ่านบทเรียนให้ฟัง เพื่อให้เด็กได้เนื้อหา ความรู้ ได้เร็วขึ้น การให้เวลาในการทำสอบเพิ่มขึ้น เพื่อให้เด็กมีเวลาเพียงพอในการ อ่านโจทย์ และเขียนตอบ จะช่วยให้เด็กเรียนได้ดีขึ้น และควรส่งเสริมทักษะด้านอื่นๆ ที่เด็กสนใจ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
ดาวซินโดม
เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารพันธุกรรมที่เป็นมาแต่กำเนิด เด็กมักเกิดจากพ่อและแม่ที่ปกติ เด็กจะมีสารพันธุกรรมของโครโมโซมแท่งที่ 21 เกินมา อาการแสดงหลักคือ ปัญญาอ่อน มีโรคหัวใจพิการ และอายุสั้นการดูแลรักษาเด็กที่เป็น กลุ่มอาการดาวน์ เนื่องจากเป็นโรคของพันธุกรรม จึงไม่มียารักษาได้นอกจากจะไม่ให้เด็กเกิดออกมา แต่เมื่อเด็กเกิดออกมาแล้ว การดูแลเด็กเหล่านี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากพ่อแม่ และสังคมรอบข้างร่วมกัน เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุด                                           
 สมาธิสั้น
โรคสมาธิสั้นสมัยก่อนเรียกว่า  ออทีสซึม หรือ ความผิดปกติของความใส่ใจไม่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อคนรอบข้างได้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นในวัยเด็กไปจนถึงเสียชีวิต  มีอาการคือไม่สามารถทำให้เกิดสัมพันธภาพทางสังคมที่ดีได้  ดังนั้นจึงมักจะมีปัญหาในวัยเรียน ทั้งทางเพื่อน ความเคารพครูอาจารย์ จะไม่เข้าใจว่าต้องมีความเคารพ  จะไม่สามารถแสดงความรักความเกลียดได้ แต่บางครั้งแสดงอาการอย่างคาดไม่ถึง  โรคนี้พูดอีกในว่าภาวะความผิดปกติที่อยู่ในกลุ่มออทีสติกสาเหตุมาจากปัญหาทางพันธุกรรม ซึ่งสมองจะมีการทำงานผิดพลาด  ว่องไวเกินไป ความตอบสมองไม่เหมือนเดิม โดยจะมีสารพิษคั่งอยู่ในร่างกาย ซึ่งพันธุกรรมไม่สามารถคายสารพิษออกมาได้ ในทางการแพทย์ การแก้ไขทางสมองคือถ้ามีสารพิษ จะขับสารพิษออกจากสมอง  ถ้าสมองไวจะใช้ยาช่วย ถ้าช้ากว่าปกติ  จะใช้ยาหรือสารอาหารช่วย  เช่น ผู้ป่วยหลายรายจะสร้างพลังงานไม่พอ วัฏจักรการสร้างพลังงานจะติดขัด จึงต้องเพิ่มสารอาหารเข้าไปในร่างกาย  ส่วนด้านพฤติกรรมต้องอาศัยการรักษาจากความเข้าใจ  จากความอบอุ่นทางครอบครัวและสังคม สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  เพราะหากความเครียดเกิดขึ้นมากจะมีการสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา 
สมองพิการ
สมองพิการ(Cerebral Palsy) หรือคำย่อที่นิยมเรียก คือ ซี พี (C.P.) ไม่ใช่เป็นโรคเฉพาะ แต่เป็นคำรวมของกลุ่มอาการของผู้ป่วยเด็กที่มีความพิการอย่างถาวรของสมอง ความพิการนี้จะคงที่และไม่ลุกลามต่อไป ซึ่งมีผลให้การประสานงานของการทำงานของกล้ามเนื้อบกพร่อง ส่งผลให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวและการทรงท่าที่ผิดปกติ เช่น การเกร็งของใบหน้า ลิ้น ลำตัว แขน ขา การทรงตัว การทรงท่าในขณะนั่ง ยืน เดิน ผิดปกติหรืออาจเดินไม่ได้ นอกจากนี้ อาจมีความผิดปกติในการทำงานของสมองด้านอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีความบกพร่องในการมองเห็น ได้ยิน การรับรู้ การเรียนรู้ สติปัญญา  และโรคลมชัก เป็นต้น
การรักษาแพทย์จะให้การรักษาตามลักษณะอาการที่พบ ส่วนมากจำเป็นต้องให้การรักษาทางกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ฝึกพูด แก้ไขความผิดปกติเกี่ยวกับสายตาและการได้ยินส่วนยาที่ให้ จะเป็นยาที่ใช้ควบคุมอาการเกร็ง อาการสั่น อาการชัก ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลายชนิด และจำเป็นต้องกินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี บางครั้งแพทย์อาจฉีดยาโบทูลิน (botulin) มีชื่อการค้า เช่น โบท็อกซ์ (Botox) เพื่อลดการแข็งตัวของกล้ามเนื้อ บางรายอาจต้องทำการผ่าตัดแก้ไขความพิการและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
...................................................................................................
หลังจากนั้นอาจารย์ให้นักศึกษาทำแบบทดสอบ Gesell Drawing Test

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น